วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ลูกไก่ แปลกประหลาด เกิดมามี 4 ขา

ลูกไก่ แปลกประหลาด เกิดมามี 4 ขา หาดูยาก เพิ่งฟักออกมาได้ 7 วัน ชาวบ้านแห่ดูไม่ขาดสาย เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้าของยันพร้อมเเลี้ยงไว้จนโต ขณะที่ชาวบ้านเชื่อให้โชคตรงกับบ้านเลขที่ 44....





วันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 1 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พบลูกไก่ประหลาด มีขา 4 ขา โดยขาคู่หน้าเป็นปกติ ส่วน 2 ขาหลังโผล่ออกมาจากช่วงก้น ที่ขาหลังซ้าย มี 3 นิ้ว ส่วนขาหลังขวา มี 2 นิ้ว และมีกรงเล็บทั้งสองข้าง สอบถาม นางหลงน๊ะ อุปมา อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของลูกไก่ เล่าว่า เมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา แม่ไก่พื้นบ้านของตนที่เลี้ยงไว้ฟักไข่ออกมา มีประมาณ 4-5 ตัว ซึ่งในตอนแรก ตนก็ยังไม่เห็นตัวที่มีสี่ขา จนกระทั่งตนเอาข้าวไปหว่านให้ลูกไก่กิน พบว่า มีลูกไก่ตัวหนึ่ง ติดอวนอยู่ในพงหญ้า จึงช่วยมันออกมา ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่า ขาที่ติดอยู่เป็นขาอีก2 ขา จึงแยกออกมาไว้ในตะกร้า

นางหลงน๊ะ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เกิดมายังไม่เกิดเห็นไก่มีสี่ขามาก่อน เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต จึงแยกเลี้ยงไว้ต่างหาก และหาอาหารเสริมมาให้กินหวังเลี้ยงให้มันโต และจะไม่กินเป็นอาหาร แต่ไม่รู้ว่ามันจะอยู่ได้สักกี่วัน เพราะไม่ยอมกินอาหาร ขณะที่ชาวบ้านทราบข่าวก็แห่กันมาดูกันอย่างไม่ขาดสาย เพราะไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน แต่ยังไม่มีใครใบ้หวยเพราะเป็นมุสลิม อย่างไรก็ตาม ก็มีชาวบ้านส่วนหนึ่งเชื่อว่า ไก่ที่ออกมานี้ถือเป็นโชคดีและเลขก็ตรงกับบ้านเลขที่ คือไก่มี 4 ขา บ้านเลขที่ 44 ด้วย

งูจิ๋ว 2 หัว

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าว จ.ตรัง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.หนองตรุด อ.เมือง จ.ตรัง ว่า มีงูประหลาดสองหัวขนาดจิ๋ว จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 76/2 หมู่ที่ 1


ซึ่งพบชาวบ้านหลายสิบคนกำลังแห่มาดู งูประหลาดสองหัวขนาดจิ๋ว ที่ลักษณะของลำตัวมีสีดำ ตัดด้วยลายขวางสีเงิน มีความยาวทั้งตัวขนาด 6 นิ้ว โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าว ทยอยมาขอดูงูสองหัวประหลาดจำนวนมากตลอดทั้งวัน

ทั้งนี้ จากการสอบถาม นางยุพิน คงประสม อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นผู้พบเห็นงูสองหัวคนแรก กล่าวว่า ในขณะที่ตนเองกำลังจะเข้าห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำก็พบเห็นงูตัวดังกล่าว นอนขดอยู่บริเวณพื้นกลางห้อง ซึ่งพื้นห้องน้ำ เป็นพื้นกระเบื้องที่มีความเย็น จึงได้ตระโกนเรียกให้ลูกสาวนำแก้วน้ำ เพื่อมาจับงูสองหัวตัวนี้เก็บไว้

โดยชาวบ้านเรียกงูชนิดนี้ว่า งูปล้องเงิน แต่มีความประหลาดที่มีขนาดเล็กกว่างูปล้องเงินทั่วไปและมีสองหัว ซึ่ง นางยุพิน เชื่อว่างูตัวนี้จะนำโชคลาภมาให้ ตนเองและครอบครัว จึงจะเก็บรักษางูตัวนี้ไว้เพื่อบูชาอย่างดี และจะไม่ยอมยกให้ใครเพราะถือว่างูต้องการมาอยู่กับตนเอง ส่วนชาวบ้านที่แห่มาขอดูงูประหลาดนั้น นางยุพิน ยินดีและไม่ขัดข้องที่จะนำงูออกมาโชว์ให้ดู เพราะถือเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล และ ใครจะนำไปตีเป็นเลขเด็ดตัวใดนั้น ทางนางยุพินก็ไม่สอบถาม เพราะถือว่าเป็นโชคของใครก็ของคนนั้น

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Merry Christmas















...ประวัติวันคริสต์มาส..........
คริสต์มาส คือการฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้า เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ Christmas ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษโบราณว่าChristes Maesse ที่แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า เพราะการร่วมพิธีมิสซา เป็นประเพณีสำคัญที่สุด ที่ชาวคริสต์ถือปฎิบัติกันในวันคริสต์มาส คำว่า Christes Maesse พบครั้งแรกในเอกสาร โบราณ เป็นภาษาอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1038 และคำนี้ก็แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas คำทักทายที่เราได้ฟังบ่อย ๆ ในเทศกาลนี้คือ Merry Christmas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ เพราะฉะนั้น คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพร คนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส


















ความเป็นมาของวันคริสต์มาส
วันคริสต์มาสนั้นเป็นวันที่คนคริสเตียนฉลอง วันประสูติ ของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งงานรื่นเริง และฉลอง การมอบความรักให้แก่กัน วันแห่งครอบครัว และการร่วมกลุ่มกัน ในงานรื่นเริงนี้ถือว่า เป็นหัวใจสำคัญ ในการฉลองวันคริสต์มาส เรื่องราวที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาส นั้นได้มีการกล่าวไว้ในคัมภีร์ไบเบิล โดยคำสอน ของ นักบุญ ลุกซ์ และนักบุญ แมททิว ในขณะที่เกิดพายุขึ้นมา โจเซฟและแมรี่ ได้พยายามหาที่กำบังพายุ จนกระทั่งมาถึงเมือง เบตธิวแฮม ได้พบกับเจ้าของโรงแรม ในเมืองนั้นแต่ไม่มีห้องวางเลย เขาจึงได้ให้ทั้งสองนั้น ไปพักอยู่ที่คอกสัตว์ และหลังจากนั้น พระเยซูก็ได้ประสูติ ได้มีดวงดาว ปรากฏขึ้นอยู่เหนือคอกสัตว์ ที่ทั้งสองนั้น ได้พักอยู่ ดวงดาวนี้เองที่เป็นแสงนำ ให้ผู้คนมายังพระเยซูน้อย. หลังจาก 12 วันหลังจากได้ประสูติแล้ว ได้มี พระราชา 3 องค์ประทานของขวัญ แก่ทารกนั้น



ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ โดยตั้งแต่ปีค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน




หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปีค.ศ.64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปีค.ศ.330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผยสำหรับองค์ประกอบในงานฉลองวันคริสต์มาสมีความเป็นมาเช่นกัน เริ่มที่คำอวยพรว่า Merry Christmas สุขสันต์วันคริสต์มาส คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสต่อมาคือ "เพลง" ที่ใช้เฉลิมฉลองทั้งจังหวะช้าและจังหวะสนุกสนาน ส่วนใหญ่แต่งในยุคพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ (ค.ศ.1840-1900) ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลกโดยแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย


วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ABOUT ME


สวัสดีค่ะ

ฉันชื่อ ด.ญ.ณัฐวรรณ เจตนาภิวัฒน์

ชื่อเล่นชื่อ กุ๊กกี้

ชั้น ม.1/2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี